Blog-photo

รถบรรทุกไล่ชนกลางเอกมัย ประกันจ่ายไหม ?

นับว่าเป็นข่าวใหญ่ส่งท้ายปีอีกข่าวหนึ่งเลยกับกรณีที่มีรถบรรทุก 6 ล้อ เมายาแล้วขับหนีตำรวจ ตั้งแต่แถวสะพานควาย ผ่านถนนเพชรบุรี จนมาถูกจับที่แถวเอกมัย โดยระหว่างทางก็ขับชนรถยนต์ของชาวบ้านที่จอดอยู่และสัญจรไปมาตามปกติกว่า 40 คัน (ตามข่าวล่าสุด คือ 41 คัน)

จากข่าวนี้ก็มีประเด็นที่น่าสนใจ คือ แล้วรถยนต์ของผู้เสียหายจะได้รับการชดใช้อย่างไรบ้าง เพราะตามข่าวออกมาว่า รถบรรทุกคันที่ก่อเหตุมีเพียงประกันชั้น 3 ที่มีวงเงินคุ้มครองความเสียหายของบุคคลภายนอกเพียง 6 แสนบาทเท่านั้น แต่มูลค่าความเสียหายของรถยนต์ที่ถูกชนกว่า 41 คันนั้นไม่น่าจะต่ำกว่า 2 – 3 ล้านบาทแน่นอน

วันนี้ผมในฐานะที่เป็นนักกฎหมายและทำงานอยู่บริษัทประกัน ก็เลยขออาสามาไขข้อข้องใจให้ทุกคนได้ทราบกันนะครับ

ตามหลักของการประกันภัยนั้น บริษัทประกันก็จะรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้ตามจริง แต่ไม่เกินวงเงินที่เอาประกันภัยกันไว้ครับ ดังนั้น ที่บริษัทประกันของรถบรรทุกออกมาบอกว่าจะชดใช้ค่าเสียหายให้นั้น หมายความว่า บริษัทประกันจะนำเงิน 600,000 บาท ไปจ่ายให้กับเจ้าของรถยนต์ที่เสียหายทั้งหมดตามสัดส่วนความเสียหาย แต่รวมแล้วก็จะไม่เกิน 600,000 บาทครับ

เช่น ผมสมมติว่า รถยนต์ที่เสียหาย 41 คัน มีมูลค่าความเสียหายรวมกัน 2 ล้านบาท เราก็จะถือว่า 2 ล้านบาทนี้เป็น 100% หากรถยนต์ของคุณ A เสียหาย 200,000 บาท แบบนี้คุณ A ก็จะได้เงินชดเชย 10% ของวงเงินคุ้มครอง 600,000 บาท หรือเท่ากับคุณ A ก็จะได้เงินชดเชยจริง ๆ แค่ 60,000 บาทเท่านั้น ส่วนค่าซ่อมอีก 140,000 บาทที่เหลือคุณ A ก็จะต้องไปเรียกร้องเอาจากช่องทางอื่นต่อไปครับ

ซึ่งในกรณีที่คุณ A มีการทำประกันรถยนต์ชั้น 1, 2+ หรือ 3+ แบบนี้คุณ A ก็สามารถสบายใจได้หน่อย เพราะบริษัทประกันที่คุณ A ทำไว้ก็จะมาจ่ายค่าซ่อมส่วนที่เหลือให้ทั้งหมด โดยที่คุณ A ไม่ต้องควักกระเป๋าตัวเองเพื่อจ่ายค่าซ่อมแต่อย่างใด แต่ถ้าเป็นกรณีที่คุณ A ไม่ได้มีการทำประกันชั้น 1, 2+ หรือ 3+ ไว้ แบบนี้คุณ A ก็จะต้องจ่ายเงินค่าซ่อมส่วนที่เหลือไปเองก่อน แล้วหลังจากนั้น ก็ต้องเอาใบเสร็จค่าซ่อมไปเรียกร้องเอากับคนขับรถบรรทุก

หากคนขับรถบรรทุกไม่ยอมจ่ายหรือไม่มีเงินจ่าย ก็ต้องฟ้องร้องดำเนินคดีกับศาลต่อไป ซึ่งต้องเสียเวลาและอาจต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีเพิ่มขึ้นอีกด้วย และโอกาสที่จะได้เงินคืนก็น้อยมาก เพราะคนขับรถบรรทุกอาจจะไม่มีทรัพย์สินเพียงพอมาชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้เสียหายทุกคนได้ครับ

แต่ถ้าโชคดีหน่อย เราสามารถนำสืบได้ว่า การที่คนขับรถบรรทุกขับชนนั้นเป็นการขับในขณะปฏิบัติหน้าที่ให้นายจ้าง แบบนี้กฎหมายก็บอกว่าเราสามารถฟ้องนายจ้างให้มาร่วมรับผิดกับการกระทำของลูกจ้าง หรือคนขับรถบรรทุกได้ด้วย แบบนี้เราก็มีโอกาสจะได้เงินมากขึ้นครับ

จากบทเรียนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ต่อให้เราจะใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวังแค่ไหน ถ้าเกิดเหตุไม่คาดคิดแบบนี้ รถยนต์ของเราก็มีโอกาสได้รับความเสียหายได้เช่นกัน แต่ถ้าเรามีประกันรถยนต์ไว้ ก็สามารถอุ่นใจได้ว่า หากเกิดเหตุขึ้นมา เราก็จะได้รับการชดใช้ค่าเสียหายให้เต็มจำนวนโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการไปเรียกร้องเงินคืนจากผู้ก่อเหตุครับ

และสุดท้ายนี้ ผมก็ขออวยพรให้ทุกท่านมีความสุขในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยนะครับ แล้วมาพบกันใหม่ในปีหน้า สวัสดีครับ

โดย พี่พีท (พีรภัทร ฝอยทอง, CFP®)