ติดต่อเรา เช็คราคา
icon-ask-question
ติดต่อเรา

กรุณากรอกข้อมูล

กรุณากรอกข้อมูล

อีเมลไม่ถูกต้อง

กรุณากรอกข้อมูล

กรุณากรอกข้อมูล

กรุณากรอกข้อมูล

การขยายความคุ้มครองสำหรับผู้เอาประกันภัยที่ติดเชื้อ COVID-19 ที่รับการดูแลรักษาแบบ Home Isolation หรือ Community Isolation

การแยกกักตัวที่บ้าน Home Isolation (HI)

หมายถึง การให้บริการสาธารณสุขที่บ้านเมื่อผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ COVID-19 และแพทย์ได้ประเมินแล้วว่าผู้ป่วยสามารถใช้วิธีการแยกกักตัวที่บ้านได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย ทั้งนี้ การแยกกักตัวที่บ้านต้องได้รับความยินยอมจากทั้งผู้ป่วยและเจ้าของสถานที่ การแยกกักตัวที่บ้านนั้นรวมถึงกรณีที่ผู้ป่วยได้รับการรักษาในสถานพยาบาลและได้รับอนุญาตให้กลับบ้านเพื่อแยกตัวเองจนถึงวันสิ้นสุดการกักตัวตามหลักเกณฑ์และแนวทางที่กำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุข

การแยกกักตัวในชุมชน Community Isolation (CI)

หมายถึง การให้บริการสาธารณสุขที่บ้านเมื่อผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ COVID-19 และแพทย์ได้ประเมินแล้วว่าผู้ป่วยสามารถใช้วิธีการแยกกักตัวในชุมชนได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย การแยกกักตัวในชุมชนนั้นสามารถใช้ได้กับทั้งผู้ป่วยที่รอการรักษาในฐานะผู้ป่วยในในโรงพยาบาลหรือผู้ป่วยที่กลับบ้านจากโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาต่อไป ทั้งนี้ การแยกกักตัวในชุมชนนั้นเป็นการจัดการให้มีพื้นที่กักกันแยกส่วนภายในชุมชนโดย และต้องได้รับความยินยอมจากทั้งผู้ป่วยและเจ้าของสถานที่ โดยต้องมีการเตรียมพื้นที่เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตามหลักเกณฑ์และแนวทางที่กำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุข

(จัดทำขึ้นตามหลักเกณฑ์และแนวทางที่กำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุข) (https://stopcovid.anamai.moph.go.th/attach/w774/f20210724184221_D1cVEDNyc8.pdf)

บริษัทให้ความคุ้มครองรวมถึงค่าชดเชยรายวันแก่ผู้เอาประกันภัยสุขภาพแบบรายบุคคล และแบบกลุ่ม ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขการรักษาแบบการแยกกักตัวที่บ้าน และการแยกกักตัวในชุมชน ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข และ คปภ.

"ผลประโยชน์ค่าชดเชยรายวัน" สามารถเรียกร้องได้โดยผู้เอาประกันภัยที่มีอาการไม่รุนแรง หรือมีอาการรุนแรงแต่ไม่สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เนื่องจากโรงพยาบาลไม่สามารถรองรับผู้ป่วยได้

บริษัทให้ความคุ้มครองกรณีค่าชดเชยรายวันเมื่อ ;

1.มีเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยแพทย์ผู้รักษา

2.มีความจำเป็นต้องรักษาตัวในสถานพยาบาลแต่ไม่มีสถานพยาบาลรองรับ

2.1 ต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป

2.2 มีภาวะอ้วน ดัชนีมวลกาย >30 กก./ตร.ม. หรือน้ำหนักตัว >90 กก.)

2.3 มีโรคส่วนตัว โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD), โรคไตเรื้อรัง (CKD stage 3, 4) โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมได้ และโรคอื่นๆ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์

1.แบบฟอร์มการเรียกร้องสินไหมทดแทน

- ผู้เอาประกันภัยต้องลงนามในแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนส่วนที่ 1 เพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

โดยดาวน์โหลดเอกสารเรียกร้องได้ที่ www.axa.co.th > Customer Service > Claim Form

2.ใบรับรองแพทย์ต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับโรคและการรักษาโรคติดเชื้อ COVID-19 ที่มีความจำเป็นทางการแพทย์ในการเข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยในในโรงพยาบาล รวมทั้งหลักฐานการลงทะเบียนกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) (จัดทำโดยโรงพยาบาลในระหว่างการสอบสวนทางการแพทย์) การลงทะเบียนนี้ควรจะมีระบุไว้ในใบรับรองแพทย์เช่นกัน

3.หลักฐานยืนยันการติดเชื้อ COVID-19 โดยวิธีการตรวจเชื้อแบบ Real Time RT-PCR

4.ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลตัวจริงจากโรงพยาบาล และใบแจ้งค่าใช้จ่าย (กรณีเรียกร้องสินไหมค่ารักษาพยาบาล)

ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ถึงบริษัทโดยตรงตามที่อยู่ด้านล่าง

บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่

ชั้น 23 อาคารลุมพินีทาวเวอร์ 1168/67 ถนนพระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพ 10120

กรมธรรม์ประกันภัยไม่ให้ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายชุดทดสอบแอนติเจน (ATK) หากซื้อเพื่อการทดสอบด้วยตัวเอง

บริษัทจะให้ความคุ้มครองค่าตรวจ COVID-19 โดยวิธี RT-PCR และ Antigen Test Kit (ATK) ตามคำสั่งของแพทย์ โดยต้องใช้ใบเสร็จรับเงินต้นฉบับของโรงพยาบาลที่เข้าร่วมในระบบการจัดการผู้ป่วยโดยการแยกกักตัวที่บ้าน Home Isolation (HI) และการแยกกักตัวในชุมชน Community Isolation (CI) และการตรวจคัดกรอง COVID-19 โดยวิธี RT-PCR และ Antigen Test Kit (ATK)

• ต้องเป็นการเข้ารับการตรวจในโรงพยาบาล หรือหน่วยงานของรัฐ และ การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนสำหรับการตรวจ COVID-19 ต้องใช้เอกสารแสดงผลการตรวจ และใบเสร็จรับเงิน ออกจากโรงพยาบาลหรือหน่วยงานของรัฐ การตรวจเชื้อ COVID-19 จะต้องเป็นไปตามเกณฑ์ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข และบริษัทจะให้ความคุ้มครองตามผลประโยชน์และเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยแต่ละประเภทสัญญา (ทั้งประกันสุขภาพกลุ่มและประกันสุขภาพรายบุคคล)

ผู้เอาประกันภัยสามารถเรียกร้องค่าสินไหมได้เฉพาะค่ารักษาพยาบาล และรายการที่โรงพยาบาลสั่งเท่านั้น ส่วนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอุปกรณ์ทดสอบออกซิเจนด้วยปลายนิ้วที่ซื้อมาเอง ไม่ได้รับความคุ้มครอง

บริษัทจะให้ความคุ้มครองค่ายาและอุปกรณ์ที่แพทย์สั่ง ต่อเมื่อได้รับใบเสร็จรับเงินต้นฉบับของโรงพยาบาลที่เข้าร่วมในระบบการจัดการผู้ป่วยโดยการแยกกักตัวที่บ้าน Home Isolation (HI) และการแยกกักตัวในชุมชน Community Isolation (CI)

1. ผู้ป่วยที่แยกกักตัวที่บ้าน หรือ แยกกักตัวในชุมชน หากมีอาการรุนแรงขึ้นในช่วงเวลาการกักตัว และจำเป็นต้องใช้รถพยาบาลเพื่อเดินทางจากบ้านไปโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา บริษัทให้ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับรถพยาบาลตามผลประโยชน์ที่ระบุไว้ในแต่ละกรมธรรม์ประกันภัย

2. กรณีผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาต่อตามมาตรการการแยกกักตัวที่บ้าน บริษัทให้ความคุ้มครองที่เกี่ยวข้องกับรถพยาบาลตามผลประโยชน์ที่ระบุไว้ในแต่ละกรมธรรม์ประกันภัย

กรมธรรม์ประกันสุขภาพประเภท SmartCare Executive /SmartCare Executive PLUS /SmartCare Executive Long Stay Visa และ SmartCare Optimum มีระยะเวลารอคอยสำหรับการเจ็บป่วย 30 วัน นับจากวันที่กรมธรรม์ประกันภัยเริ่มมีผลบังคับใช้ ตามที่ระบุไว้บนเอกสารกรมธรรม์ประกันภัยสุขภาพ

การพิจารณาชดเชยค่าสินไหมทดแทนใช้เวลาประมาณ 10 ถึง 20 วันหลังจากได้รับเอกสารที่จำเป็นครบถ้วน

เป็นโครงการที่น่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ โรงพยาบาลเอกชนคู่สัญญาที่เข้าร่วมในระบบการรักษาโดยการแยกกักตัวที่บ้าน และการแยกกักตัวในชุมชนชน จะอนุญาตให้ทำการเรียกร้องค่าสินไหมแบบไม่ต้องสำรองจ่าย เมื่อได้รับอนุมัติจากหน่วยงานที่กำกับดูแลของทางภาครัฐ

เป็นไปตามประกาศของหน่วยงานภาครัฐ จะมีการทบทวนความเหมาะสมของข้อบังคับใช้ปัจจุบันอีกครั้งในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564 หากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ จะมีการแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมบนเวบไซด์ของแอกซ่า www.axa.co.th

บริษัทจะยังให้ความคุ้มครองการรักษาแบบ การแยกกักตัวที่บ้าน หรือ การแยกกักตัวในชุมชน เมื่อเข้าระบบภายในวันที่ 30 กันยายน 2564 ต่อเนื่องไป จนกว่าจะออกจากระบบการรักษา

สามารถติดต่อกับแอกซ่า ประกันภัยได้หลากหลายช่องทาง ได้แก่
☎ เบอร์โทรศัพท์: 02-118-8111
✉ อีเมล: axathai@axa.co.th
Ⓕ Facebook: Facebook.com/AXAThailand
✎ LINE: line.me/ti/p/%40ved1579k

ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30-18.30 น.
วันเสาร์ ระหว่างเวลา 09.30 – 18.00
(เว้นวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)