ติดต่อเรา เช็คราคา
icon-ask-question
ติดต่อเรา

กรุณากรอกข้อมูล

กรุณากรอกข้อมูล

อีเมลไม่ถูกต้อง

กรุณากรอกข้อมูล

กรุณากรอกข้อมูล

กรุณากรอกข้อมูล

วิธีการขอวีซ่าเชงเก้นไปล่าแสงเหนือที่ “ไอซ์แลนด์” อย่างละเอียด (อัปเดตปี 2020)

วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) คืออะไร ?

การรวมตัวของกลุ่มประเทศในยุโรป 26 ประเทศ ที่มีนโยบายด้านวีซ่าร่วมกัน ทำให้ผู้ที่ถือวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) สามารถเดินทางได้อย่างเสรี ไปยังประเทศต่างๆ ที่อยู่ในกลุ่มสมาชิกเชงเก้น โดย “ประเทศเชงเก้น” ทั้ง 22 ประเทศอยู่ในสหภาพยุโรป ได้แก่ ออสเตรีย เบลเยี่ยม สาธารณรัฐเชก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี อิตาลี ลัตเวีย ลิธัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มอลตา เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส สโลวัก สโลวีเนีย สเปน และสวีเดน และอีก 4 ประเทศนอกสหภาพยุโรปได้แก่ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และลิกเตนสไตน์


Cr.รูปภาพจาก Link

______________________________________________________________________________________________

หลักการขอ วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa)

______________________________________________________________________________________________

สำหรับการขอวีซ่าเชงเก้นนั้นก็มีหลักการขอ คือ ยื่นขอผ่านประเทศที่เราจะอยู่เที่ยว หรือพำนักนานที่สุด หรือ ถ้าอยู่เที่ยวจำนวนวันเที่ยวเท่ากันก็ยื่นขอผ่านประเทศแรกที่เดินทางไปถึง
ตัวอย่างเช่น
1. ทริป 16 วัน โดยเที่ยวฝรั่งเศส 7 วัน , เที่ยวอิตาลี 5 วัน และเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ 4 วัน
>> ข้อนี้ต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้นผ่านประเทศฝรั่งเศส เพราะพำนักนานที่สุด
2. ทริป 10 วัน โดยเที่ยวอิตาลี 5 วัน และเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ 5 วัน โดยบินไปลงที่อิตาลี
>> ข้อนี้ต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้นผ่านประเทศอิตาลี เพราะจำนวนวันเท่ากัน ต้องยื่นผ่านประเทศแรกที่เดินทางไปถึง
3. ทริป 7 วัน โดยเที่ยวแค่ฝรั่งเศส 7 วัน
>> อันนี้ง่ายๆ เลยครับ ขอผ่านฝรั่งเศสได้เลย เพราะไปประเทศเดียว

เรื่องนี้ค่อนข้างสำคัญสำหรับการขอ เพราะถ้าขอวีซ่าไม่ถูกหลักการหรือใช้ไม่ถูกวัตถุประสงค์ของวีซ่าที่ได้มา อาจจะโดนปฏิเสธให้เข้าประเทศได้ ถึงแม้จะมีวีซ่าเชงเก้นอยู่ในมือแล้วก็ตาม บางคนรู้ว่ามีประเทศที่ขอผ่านง่ายจึงไปขอที่ประเทศนั้น แต่จริงๆ แล้วไม่มีแผนที่จะไปประเทศนั้น อันนี้ต้องระวังครับ

เคยมีกรณีทัวร์ไทยหลายสิบชีวิต บินไปถึงเยอรมนีแล้วแต่โดนส่งกลับทั้งกรุ๊ป คือไปขอวีซ่าเชงเก้นกับประเทศเบลเยี่ยมเพราะเห็นว่าขอได้ง่ายและสะดวกกว่าประเทศอื่น ทำแผนเที่ยว จองโรงแรม อะไรต่างๆ ไว้ว่าจะไปเที่ยวเบลเยี่ยม แต่พอได้วีซ่าเชงเก้นมาแล้ว ยกเลิกแผนทุกอย่าง เปลี่ยนไปเที่ยว เยอรมนี สวิส อิตาลี แทน ก็เลยโดนส่งกลับทั้งกรุ๊ป เสียเงินฟรีเลย อันนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นความมักง่าย ความไม่รู้ ความเข้าใจผิดหรืออะไรของทัวร์นะครับ ยังไงใครจะยื่นขอเองระวังให้ดีๆ นะครับ ไม่ใช่ว่า มีวีซ่าเชงเก้นแล้วจะเข้าประเทศไหนก็ได้ จริงๆ มันต้องขอมาให้ถูกต้องตามหลักด้วย

ข้อมูลข่าวจากลิงค์นี้ครับ Click

และในปี 2020 เป็นต้นไป EU ได้มีการปรับข้อกำหนดสำหรับผู้ต้องการยื่นขอวีซ่าเชงเก้น โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2020 ที่ผ่านมา

  • ผู้ที่ต้องการเดินทางสามารถยื่นขอได้ล่วงหน้าสูงสุด 6 เดือน จากเดิม 3 เดือน และก่อนเดินทางอย่างน้อย 15 วัน
  • ผู้ที่ยื่นวีซ่าจะมีสิทธิได้รับอนุมัติวีซ่าที่มีระยะเวลานานขึ้น สูงสุดถึง 5 ปี! (ระยะเวลาที่ได้ขึ้นอยู่กับประวัติ และการพิจารณาตามเงื่อนไขที่กำหนด) กรณีที่ได้วีซ่าเป็น Multiple-Entry Visa ในช่วงระยะเวลาอนุมัติก็สามารถใช้บินเข้าออกกลุ่มประเทศเชงเก้นได้หลายรอบ และเมื่อไหร่ก็ได้ อยู่ได้สูงสุดไม่เกิน 90 วันต่อครั้ง
  • ค่าธรรมเนียมในการยื่นขอวีซ่าเชงเก้น ปรับขึ้นเป็น 80 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยราวๆ 2,700 บาท ส่วนกรณีเป็นเด็กอายุ 6-12 ปี ปรับขึ้นเป็น 40 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยราวๆ 1,200 บาท ส่วนต่ำกว่า 6 ปีไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

______________________________________________________________________________________________

มาเริ่มกันเลยกับ การขอวีซ่าเชงเก้นประเทศไอซ์แลนด์

______________________________________________________________________________________________

เนื่องจากประเทศไอซ์แลนด์ไม่มีสถานทูตในประเทศไทย ถ้าใครจะยื่นขอวีซ่าเชงเก้นไอซ์แลนด์ ต้องยื่นขอผ่านประเทศเดนมาร์ก ซึ่งจะมี VFS ศูนย์รับยื่นเอกสาร และส่งต่อให้สถานทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย พิจารณาให้อีกครั้ง สามารถเข้าไปดูรายละเอียดของศูนย์ VFS ได้ที่นี่ Link

______________________________________________________________________________________________

>>> การเตรียมเอกสาร <<<

______________________________________________________________________________________________

ถือว่าเป็นขันตอนที่สำคัญมากครับ ผมจะอธิบายให้เจาะลึกให้เลย เพราะหลายคนที่ยื่นวีซ่าไม่ผ่าน เพราะเตรียมเอกสารไม่เรียบร้อย หรือพวกเอกสารที่ยื่นไปดูแล้วมีช่องโหว่ จึงทำให้วีซ่าไม่ผ่าน เราจะปิดทุกช่องโหว่นั้นครับ

______________________________________________________________________________________________

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการขอวีซ่าเชงเก้น ประเทศไอซ์แลนด์ (อัปเดตปี 2019)

______________________________________________________________________________________________

1) พิมพ์ใบ Checklist: Tourist visit

พร้อมเตรียมเอกสารตามรายการที่ระบุ เอกสารไหนเตรียมเรียบร้อย แล้วให้ติ๊กถูกในแต่ละข้อ พร้อมเซ็นชื่อยืนยันใน Checklist เอกสารใดที่เป็นภาษาไทย จำเป็นต้องแปลเป็นภาษอังกฤษด้วย กรณีที่สามารถแปลเองได้ ลงมือได้เลย เพราะไม่จำเป็นต้องมีตราประทับรับรองจากร้านแปล ดาวน์โหลด Checklist: Tourist visit คลิก

______________________________________________________________________________________________

2) ต้องกรอกข้อมูลใบสมัครออนไลน์เท่านั้น และพร้อมชำระค่าวีซ่าโดยผ่านระบบ ApplyVisa

โดยหลังจากกรอกใบสมัครออนไลน์ และชำระเงินค่าวีซ่าผ่านแล้ว จะต้องพิมพ์ใบปะหน้า (Cover Letter) ออกมาจากระบบ เอกสารทั้งหมดเพื่อมายื่นเอกสารทั้งหมดที่ศูนย์รับยื่นคำร้องขอวีซ่าประเทศเดนมาร์ก กรอกเอกสารออนไลน์ คลิก

______________________________________________________________________________________________

3) รูปถ่ายสำหรับการยื่นขอวีซ่า

ที่สามารถยื่นได้จะต้องมีขนาด 35 x 45 มม. และความยาวของศีรษะ (จากคางไปจนถึงด้านบนของเส้นผม) ต้องไม่เกิน 30 ถึง 36 มม. รูปถ่ายสีและ มีฉากพื้นหลังของรูปถ่ายเป็นสีขาวเท่านั้น

______________________________________________________________________________________________

4) พาสปอร์ตตัวจริง พร้อมสำเนาหน้าแรก

อายุเหลือมากกว่า 6 เดือน และต้องมีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า

______________________________________________________________________________________________

5) สำเนาหน้าแรกหนังสือเดินทางเล่มเก่า

หรือเล่มปัจจุบันที่มีการปั๊มวีซ่า และปั๊มการเข้าออกประเทศ

______________________________________________________________________________________________

6) ประกันการเดินทาง

ประกันการเดินทาง ข้อนี้เป็นอีกข้อที่สำคัญครับ เพราะเห็นหลายกรณี ตกม้าตายวีซ่าไม่ผ่านเพราะเลือกประกันไม่ตรงตามเกณฑ์ที่สถานฑูตกำหนด

ความคุ้มครองของประกันจะต้องประกอบด้วย:

  • ชื่อบุคคลที่ประกันคุ้มครองและช่วงเวลาที่คุ้มครอง
  • ค่ารักษาพยาบาลจะต้องมียอดครอบคลุมขั้นต่ำ 30,000 ยูโร หรือเทียบเป็นเงินไทย 1,500,000 บาท เมื่อเทียบกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลอื่น ๆ
  • ประกันดังกล่าวจะต้องครอบคลุมไปทั่วทุกประเทศของเช้งเก้น ไม่ใช่แค่ประเทศเดนมาร์ก
  • ประกันจะต้องคลอบคุลมระยะเวลาการพักอาศัยในแถบเช้งเก้น

สำหรับประกันการเดินทาง AXA มีแผนประกันที่สามารถใช้ขอวีซ่าเชงเก้นได้ ครอบคลุมทุกการเดินทาง รวมถึงได้รับการยอมรับจากสถานฑูตแล้ว ได้แก่

  • แผนประกัน PLUS-LITE
  • แผนประกัน GOLD
  • แผนประกัน PLATINUM
  • แผนประกัน EMERALD

วิธีการซื้อประกันการเดินทางกับ AXA

  • เข้าไปที่ www.axa.co.th  เลือก “ประกันภัยการเดินทาง” คลิก “ซื้อเลย”  หรือถ้าสนใจซื้อ เรามีลิงค์ลัดไปซื้อได้เลยที่ >> https://direct.axa.co.th/TA/CoverageOptionPlan
  • เลือกจุดหมายปลายทางเป็น SCHENGEN เลือกจำนวน และช่วงวันเดินทาง **หมายเหตุ ช่วงวันที่เดินทางต้องเลือกให้ครอบคลุมทั้งทริปที่เราอยู่ในเขตเชงเก้น ขาดไม่ได้แม้แต่วันเดียว
  • เลือกแพ็คเกจที่ต้องการ สำหรับ AXA แผนประกันที่สามารถใช้ขอวีซ่าเชงเก้น ได้แก่ PLUS-LITE, GOLD, PLATINUM และ EMERALD หรือให้สังเกตแผนที่มีสัญลักษณ์ SCHENGEN VISA APPROVED ทั้ง 4 แพ็คเกจนี้ความคุ้มครองเข้าเงื่อนไขสถานฑูตกำหนด เลือกได้ตามความสะดวก ต้าให้แนะนำ ควรเลือก PLATINUM และ EMERALD ความคุ้มครองจะครอบคลุมในหลายประเด็นมากกว่า
  • มาที่หน้า “ข้อมูลผู้เอาประกันภัย” จะมีรายละเอียดการเดินทาง / ความคุ้มครอง และราคา และต้องกรอกข้อมูลผู้เอาประกันภัยลงไป (ถ้าเป็นตัวเราเดินทางเอง ให้ใส่ชื่อเราเลย หรือกรณีซื้อให้ผู้อื่นให้ใส่ผู้ขอเอาประกันภัยคนแรกลงไป) เสร็จแล้วคลิก “ถัดไป”
  • ทำการตรวจสอบข้อมูลผู้เดินทางและหน้านี้สามารถเพิ่มข้อมูลผู้รับผลประโยชน์ได้ โดยคลิกที่ "เปลี่ยนผู้รับผลประโยชน์" จากนั้นกดปุ่ม "ถัดไป"
  • ให้ตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด พร้อมข้อกำหนด ผู้เอาประกันสามารถเลือกได้ว่า จะให้จัดส่งกรรมธรรม์ผ่านช่องไหน สำหรับ AXA มีบริการจัดส่งทั้งผ่านอีเมล / ไปรษณีย์ และ Facebook Messenger แต่แนะนำว่าให้จัดส่งทางอีเมล หรือ Facebook Messenger จะง่าย และเร็วที่สุด
  • ทำการกรอกข้อมูลบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตเพื่อทำรายการชำระเงิน
  • เมื่อชำระเงินเรียบร้อย ระบบจะจัดส่งกรมธรรม์ เข้าไปที่ช่องทางที่เราเลือกไว้ สำหรับคนที่เลือกแบบส่งทางอีเมล / Facebook Messenger สามารถพิมพ์ไฟล์ไปใช้แนบเพื่อยื่นขอวีซ่าได้เลย เป็นอันจบเรื่องการซื้อประกันการเดินทาง

______________________________________________________________________________________________

6) การจองตั๋วเครื่องบิน แบบยังไม่จ่ายเงินเพื่อใช้ขอวีซ่า

การออกตั๋วเครื่องบินเพื่อใช้ขอวีซ่าสามารถทำเองได้ง่าย ๆ โดยเข้าไปจองในเว็บสายการบินที่มีให้เลือกว่าสามารถจ่ายเงิน ซึ่งส่วนใหญ่ภายใน 48 หรือ 72 ชม และเราก็สามารถใช้ใบที่สายการบินส่งมาไปขอได้เลย สำหรับสายการบินที่จ่ายเงินภายหลังได้ทราบก็จะมี Thai Airways , EVA และ Cathay Pacific หรืออีกวิธีคือการจองผ่านเอเจนท์แต่จะมีค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันไป

**สำหรับใบจองตั๋วเครื่องบิน ทางสถานฑูต ระบุชัดเจนนะครับ ว่าอย่าจองแบบจ่ายเงินจนกว่าจะได้รับอนุมัติวีซ่า ซึ่งนั่นก็หมายความว่า เราสามารถใช้แค่ใบจองไปยื่นได้แบบไม่ต้องกังวลเลยนะครับ ถึงแม้ว่าบางสถานฑูตจะใช้เวลาพิจาณาหลายวัน แต่ในจองตั๋วมีระยะเวลาให้จ่ายเงินแค่ 72 ชั่วโมง ก็ไม่เป็นไรครับ ใช้ได้เหมือนเดิม

______________________________________________________________________________________________

7) เอกสารจองโรงแรม แบบสามารถยกเลิกการจองได้ฟรี

การจองโรงแรม เราต้องจองแบบที่สามารถยกเลิกได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายครับ เพื่อใช้ในการขอวีซ่าก่อน เผื่อใครขอวีซ่าไม่ผ่านจะได้ไม่ต้องเสียเงินฟรีนะครับ แต่ทำตามวิธีผม รับรองผ่านครับ เตรียมเอกสารให้ดีก็พอ
การจองที่พักแบบสามารถยกเลิกได้ฟรี สามารถจองได้ที่เว็บ Booking.com ต้องดูดีๆ นะครับ ถ้าอันไหนที่มันยกเลิกได้ฟรี ก็จะมีเขียนบอกไว้อยู่ ว่ายกเลิกได้ฟรีถึงวันไหน
***หมายเหตุ ห้ามยกเลิกการจองที่พักจนกว่าจะทราบผลอนุมัติวีซ่า

______________________________________________________________________________________________

8) แผนการเดินทาง

การทำแผนการเดินทาง เช่น เดินทางไปไหน พักที่ไหน โดยแนะนำว่าทำเป็นแยกแต่ละวันเพื่อให้ทางสถานฑูตดูง่ายที่สุด (และต้องเป็นภาษาอังกฤษ) แพลนจะต้องสอดคล้องกับเอกสารจองที่พัก ใบจองตั๋วเครื่องบืน หรือกรณีมีใบจองตั๋วรถไฟ หรือตั๋วเครื่องบินที่ใช้เดินทางภายในเขตเชงเก้น ก็แนบไปด้วย

______________________________________________________________________________________________

9) เอกสารรับรองถึงอาชีพ การทำงาน หรือการเรียน พร้อมใบรับรองรายได้

  • กรณีพนักงานประจำ พนักงานบริษัท ขอใบรับรองการทำงาน ที่ระบุทั้งวันเริ่มต้นทำงาน ตำแหน่ง ระยะเวลาที่ทำงานมานานเท่าไรแล้ว เงินเดือน(อาจจะแยกใบรับรองเงินเดือนมาอีกใบเลยก็ได้) พร้อมลายเซ็นต์ ของผู้มีอำนาจรับรอง
  • เจ้าของธุรกิจ แนบใบจดทะเบียนการค้า และใบที่แสดงรายละเอียดว่าเรามีชื่อเป็น เจ้าของธุรกิจนั้น
  • กรณีพนักงานอิสระ (Freelance) เขียนจดหมายแนะนำตัวว่าตอนนี้ทำอะไร มีแหล่งรายได้มาจากไหน พร้อมแนบหลักฐานการได้มาของรายได้ด้วยนะครับ เช่นใบที่มีคนจ่ายเงินให้เรา ใบรับเงิน หรือบัญชีธนาคาร
  • นักเรียน นักศึกษา ตอนนี้ขอเอกสารรับรองจากสถาบัตรครับ ว่ากำลังศึกษาอยู่

ส่วนนี้ เค้าตองการดูว่าเราจะกลับมาเมืองไทยจริงๆ นะ จะไม่หนีไปทำงานหรืออาศัยอยู่ที่ประเทศเค้า ถ้าใครที่ไม่อยู่ใน 4 กลุ่มที่ได้ยกตัวอย่างไป ก็ต้องหาเอกสารอะไรอย่างอื่นที่มายืนยันว่า คุณมีภาระผูกพัน อยู่ไทย ที่ยังไงคุณก็ต้องกลับมา

______________________________________________________________________________________________

10) เอกสารทางการเงิน

หนังสือรับรองทางการเงิน (Statement) ย้อนหลัง 90 วัน (3 เดือน) ไม่สามารถใช้สมุดบัญชีธนาคารยืนยันได้  และต้องมีเงินในบัญชีขั้นต่ำ 50,000 บาท ด้วยเหตุผลให้เห็นว่ามีทรัพย์สินเพียงพอต่อการใช้จ่ายการเดินทาง

  • พนักงานประจำ ยื่นใบรับรองเงินเดือน และ statement ย้อนหลัง 3 เดือนไปพร้อมกัน
  • เจ้าของธุรกิจ ยื่นสมุดบัญชีส่วนตัว หรือจะแนบบัญชีบริษัทเพิ่มไปด้วยก็ได้
  • กรณีพนักงานอิสระ ยื่นเอกสารแหล่งที่มาของรายได้ และ Statement ย้อนหลัง 3 เดือนไปพร้อมกัน
  • นักเรียน นักศึกษา ให้ครอบครัว ทำหนังสือเป็นสปอนเซอร์ เป็นคนดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายนะครับ พร้อมแนบเอกสารทางการเงินของคนที่เป็นสปอนเซอร์ให้เราด้วย พร้อมระบุด้วยว่าเกี่ยวของกับเรายังไง

หมายเหตุ: สถานฑูตจะดูความเคลื่อนไหวของบัญชีที่สมเหตุสมผล ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ มีเงินโอนเข้า 50,000 บาท ก่อนไปขอวีซ่า 1 วันแบบนี้ไม่ได้เลย

______________________________________________________________________________________________

11) ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)

กรณีมีการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลก่อนหน้านั้น ไม่ว่าจะเปลี่ยนกี่ครั้งต้องยื่นสำเนาทุกใบ

______________________________________________________________________________________________

ปัจจุบันต้องนัดหมายเพื่อยื่นคำร้องขอวีซ่าเท่านั้น

เนื่องจากประเทศไอซ์แลนด์ ไม่มีสถานทูต ในประเทศไทย ถ้าใครจะยื่นขอวีซ่าเชงเก็นไอซ์แลนด์ สำหรับท่านที่ยื่นขอวีซ่าเชงเก้นไอซ์แลนด์ ต้องทำการนัดหมายบนหน้าเว็บไซด์หลักของ VFS ก่อนเข้าไปยื่นวีซ่าเท่านั้น คลิกที่นี่ ได้เลย

หลังจากทำการนัดหมายผ่านเว็บไซด์ VFS แล้ว ให้เข้าติดต่อศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าประเทศเดนมาร์กที่ 10/104-106 (ห้อง 801-803), ชั้น 8 อาคารเทรนดี้ ซอยสุขุมวิท 13 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

สามารถเดินทางได้โดย BTS สถานีนานา ทางออกหมายเลข 3 เลี้ยวเข้าสุขุมวิทซอย 13 ประมาณ 300 เมตร และ MRT สุขุมวิท (สามารถเดินได้ หรือสามารถต่อ BTS อโศกเพื่อมาลงสถานีนานาได้)

**แนะนำว่าให้อ่านศึกษาข้อมูลในการขอวีซ่า และนัดหมายให้ละเอียดที่สุด**

______________________________________________________________________________________________

ถ้ายื่นเอกสารไม่ครบภายในวันนั้น จะต้องยื่นใหม่ตั้งแต่เริ่มต้นเลยหรือเปล่า?

กรณีที่เอกสารของท่านไม่ครบในวันที่ยื่น ไม่ต้องกังวลไป ท่านสามารถมายื่นเอกสารเพิ่มเติมดังกล่าวได้ด้วยตนเองภายใน 5 วันทำการ หรือกรณีที่ครบแล้ว แต่อาจมีการเรียกขอเอกสารเพิ่มเติมหรือเรียกสัมภาษณ์โดยสถานเอกอัครราชทูตหากจำเป็น

______________________________________________________________________________________________

ติดตามสถานะผลการยื่นคำร้องขอวีซ่าผ่านทางเว็บไซด์ได้นะ

หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการการยื่นขอวีซ่าแล้ว สามารถติดตามสถานะวีซ่าได้ที่นี่ คลิก หลังจากผลการยื่นขอคำร้องวีซ่าผ่านแล้ว กรุณาเตรียมสำเนาหนังสือเดินทางหน้าแรกของผู้สมัครเพิ่มอีก 1 ชุด เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการมารับหนังสือเดินทางคืน