ติดต่อเรา 0-2118-8111 เช็คราคา
icon-ask-question
ติดต่อเรา 0-2118-8111

กรุณากรอกข้อมูล

กรุณากรอกข้อมูล

อีเมลไม่ถูกต้อง

กรุณากรอกข้อมูล

กรุณากรอกข้อมูล

กรุณากรอกข้อมูล

กล้องติดรถยนต์ จำเป็นยังไง?

กล้องติดรถยนต์ จำเป็นยังไง?

อุบัติเหตุ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เราไม่มีทางรู้หรอก ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ถึงแม้เราจะระวังมากแค่ไหนอุบัติเหตุบนท้องถนนก็เช่นกัน ต่อให้เราขับรถดี ระวังมากแค่ไหน แต่เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าคนอื่นเค้าระวังแบบเราหรือเปล่า ?

แล้วถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ใครล่ะ ที่จะคอยเป็นพยาน และบันทึกเหตุการณ์ให้เรา และจะมาเป็นหลักฐานสำคัญที่จะช่วยบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ดีที่สุด ถ้าไม่ใช่ “กล้องติดรถยนต์”

การมีกล้องติดรถยนต์มีประโยชน์อย่างมาก นอกจากการบันทึกวิวทิวทัศน์แล้ว ยังบันทึกภาพเหตุการณ์ที่สามารถใช้เป็นหลักฐานในกรณีเกิดอุบัติเหตุได้ ใครจะถูกหรือผิดไม่ต้องไปต่อความยาวสาวความยืด กล้องติดรถยนต์นี่แหละ จะเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยพิสูจน์ความจริง ไม่ใช่แค่มีประโยชน์กับเราเท่านั้น แต่ยังช่วยเป็นหลักฐานให้กับรถยนต์คันอื่นๆ ได้อีกด้วย

และตอนนี้ธุรกิจประกันภัยมีนโยบาย ในการลดค่าเบี้ยประกันให้ 5% ของเบี้ยประกันสุทธิ หากรถของคุณติดตั้งกล้องติดรถยนต์ โดยแอกซ่าเองก็มีมอบส่วนลด 5% ของเบี้ยประกันภัยสุทธิให้เช่นกัน สำหรับรถยนต์ที่ติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เพียงแสดงหลักฐานภาพถ่ายการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ติดตั้งกับรถยนต์คันเอาประกันภัย ให้กับเจ้าหน้าที่ และจะต้องติดตั้งกล้องไว้ตลอดระยะเวลาเอาประกันภัยด้วย อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.axa.co.th/th/motor-cctv

เทคนิคในการเลือกกล้องติดรถยนต์

หากเรารู้แล้วว่า กล้องติดรถยนต์ประโยชน์ยังไง เรามาดูวิธีเลือกกันครับ ว่ากล้องต้องมีสเปกแบบไหนถึงจะดีที่สุด

1) ความคมชัดของกล้อง

คุณภาพและความละเอียดของภาพเป็นสิ่งที่คัญที่สุดของการเลือกกล้อง โดยความละเอียดของภาพที่สามรถนำไปใช้งานได้จริงควรอยู่ที่ระดับ FULL HD (1080P) หรือ HD READY (720P) แต่การจะได้ภาพระดับ FULL HD นั้นไม่ใช่แค่เพียงเลนส์เท่านั้น แต่ต้องดูชิปประมวลผลควบคู่ไปด้วย

2) อัตราเฟรมภาพต่อวินาที (Frame Per Second: FPS)

ซึ่งคือหน่วยวัดการบันทึกภาพนิ่งของภาพเคลื่อนไหวในกล้องวิดีโอใน 1 วินาที โดย FPS ของกล้องติดรถยนต์ที่เราแนะนำควรอยู่ในช่วงประมาณ 25 - 30 FPS จะทำให้ได้ภาพที่เคลื่อนไหวต่อเนื่อง เนียนตา ไม่กระตุก ดูสมจริง และไม่เปลืองหน่วยความจำ จากไฟล์ภาพขนาดใหญ่

3) ถ่ายภาพกลางคืนได้

การเลือกกล้องติดรถยนต์ที่สำคัญต้องเลือกกล้องที่ถ่ายภาพในเวลากลางคืน หรือมีสภาวะแสงน้อยได้ดี มีรูปรับแสงกว้าง หรือการมีอินฟราเรด เพราะเราไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นช่วงเวลาไหน จึงจำเป็นต้องให้กล้องของคุณถ่ายวิดีโอได้ในทุกสภาวะ

4) มุมมองกล้องที่ใช้งานได้จริง

ควรเลือกกล้องที่มีมุมกล้องที่เหมาะสม ในที่นี้ก็หมายความว่ามุมมองกล้องไม่กว้างและไม่แคบจนเกินไป เพราะถ้ากว้างก็จะทำให้เห็นรายละเอียดสองข้างทางมากเกิน ซึ่งจะกระทบกับภาพตรงด้านหน้า หรือถ้ามุมมองแคบไป ก็อาจครอบคลุมภาพหน้ารถได้ไม่ครบ และไม่สามารถนำภาพมาใช้งานได้จริง

5) มีระบบตรวจจับความเคลื่อนไหว (Motion Detect)

ซึ่งระบบนี้จะช่วยให้กล้องทำงานทันที เมื่อมีการเคลื่อนไหวผ่านหน้ากล้องหรือหน้ารถยนต์ของคุณ โดยบัยทึกแกมาทุกความเคลื่อนไหวที่จับได้ ออกมาเป็นไฟล์ขนาดเล็ก เพื่อไม่ให้เปลืองหน่วยความจำกล้อง แต่ระบบนี้จำเป็นต้องมีไฟเลี้ยง จึงต้องมีการต่อกล้องเข้ากับ Power Bank ด้วยครับ

6) ฟังค์ชั่นของกล้องครบ

กล้องที่ดีควรมีฟังค์ชั่นต่างๆครบถ้วน เราจะได้ซื้อเพียงครั้งเดียวและใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น บันทึกเสียงได้ชัด, มีระบบป้องกันภาพสั่น, มีการแสดงวันที่และเวลาในไฟล์บันทึก หรือสามารถบันทึกทับไฟล์เก่าได้อัติโนมัติ เป็นต้น

คุณสามารถนำหลักการง่ายๆ ในการเลือกกล้องติดรถยนต์นี้ ไปเลือกซื้อกล้องที่ถูกใจ และเหมาะสมกับการใช้งานของคุณ อีกทั้งมีราคาเหมาะสมกับงบประมาณที่คุณมี เพื่อให้คุ้มค่าที่สุดครับ

ถึงแม้กล้องติดรถยนต์มีประโยชน์มาก แต่ที่สำคัญต้องอย่าลืมที่จะมีประกันรถยนต์ดีๆ ที่จะช่วยให้คุณหมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายหลังซ่อม คุ้มครองทั้งทรัพย์สินและชีวิต ของทั้งบุคคลภายนอกและบุคคลที่โดยสารในรถ อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา คอยระมัดระวังอย่าปล่อยให้ประกันขาดอายุนะครับ และถึงแม้ประกันภัยรถยนต์ของคุณจะยังไม่หมด ก็สามารถซื้อล่วงหน้าได้ โดยทั่วไปการต่ออายุล่วงหน้าสำหรับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ทุกประเภท สามารถทำได้ก่อนประกันหมดอายุถึง 180 วัน

โดยคุณสามารถซื้อประกันภัยรถยนต์2+ Super Save จาก AXA ทางออนไลน์ ได้เลยที่ https://www.axa.co.th/th/motor-2plus-supersave โดยไม่ต้องตรวจสภาพรถ เพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้ท่านในการขับขี่ครับ